ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศึกหนักของ Volkswagen (VW)

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรถยนต์ แต่มันคือ "สัญญาณการล่มสลาย" ของโมเดลเศรษฐกิจเก่าแก่ที่เคยทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่เลยล่ะ นี่คือสรุปมหากาพย์ "Volkswagen (VW) ถังแตก" ที่กำลังสั่นสะเทือนยุโรปครับ เมื่อพี่ใหญ่ถังแตก: ดราม่า Volkswagen ปิดโรงงาน สัญญาณเตือนภัยที่เยอรมนีไม่อยากยอมรับ แก... นึกภาพตามนะ โฟล์คสวาเกน (VW) นี่เปรียบเสมือน "สมบัติชาติ" ของเยอรมนี เป็นพี่เบิ้มที่จ้างงานคนมหาศาล สวัสดิการดีเยี่ยม และไม่เคยปิดโรงงานในบ้านเกิดตัวเองมาเกือบ 90 ปี แต่วันนี้พี่เบิ้มกำลังบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว" Timeline: มันเกิดอะไรขึ้น? (ฉบับย่อ) 2023 - ต้นปี 2024: VW เริ่มบ่นว่า "ต้นทุนเราสูงเกินไปนะ" พยายามบอกให้รัดเข็มขัด แต่ยอดขายรถ EV ก็ยังแป้ก สู้จีนไม่ได้ กันยายน 2024 (จุดแตกหัก): ผู้บริหารประกาศเปรี้ยง! ขอยกเลิกสัญญาจ้างงานที่การันตีความมั่นคง (Job Security) ที่มีมาตั้งแต่ปี 1994 บอกว่าถ้าไม่ทำ บริษัทอยู่ไม่ได้ ตุลาคม 2024: ข่าวหลุดออกมาว่า แผนจริงๆ คือ อยู่ในแผนพิจารณา  จะปิดโรงงานในเยอรมนีอย่างน้อย 3 แห่ง และจะเลิกจ้างคนนับหมื่น รวมถึงตัดเงินเดือ...

Merck & Co. Inc.: จากร้านขายยาในเยอรมนี สู่ยักษ์ใหญ่นวัตกรรมยาและวัคซีนโลก

 

Merck & Co., Inc. (หรือที่รู้จักในชื่อ MSD นอกสหรัฐฯ และแคนาดา) คือหนึ่งในบริษัทเวชภัณฑ์ที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 350 ปี และเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนโฉมสาธารณสุขโลก


ไทม์ไลน์: จุดกำเนิด ความสำเร็จ และความท้าทาย

1668-1891 รากฐานในเยอรมนี

#1668#

ฟรีดริช ยาคอบ เมอร์ค (Friedrich Jacob Merck) ซื้อร้านขายยา Engel-Apotheke ในเมืองดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Merck Group (Merck KGaA ในปัจจุบัน)

การแก้ไข: เมอร์คยังคงเป็นธุรกิจครอบครัวที่สั่งสมความรู้และคุณภาพ

#1827#

อีมานูเอล เมอร์ค (Emanuel Merck) เปลี่ยนธุรกิจจากร้านยามาเป็นการผลิตสารเคมีสำหรับเภสัชกรรมขนาดใหญ่ โดยเน้นการสกัดและจำแนก อัลคาลอยด์ (สารออกฤทธิ์ทางยา)

การแก้ไข: ยกระดับมาตรฐานการผลิตด้วยการให้ "การรับประกันคุณภาพ" (Quality Guarantee) แก่ลูกค้า

#1891#

ก่อตั้ง Merck & Co. Inc. ในสหรัฐอเมริกา โดย จอร์จ เมอร์ค (George Merck) หลานชาย เพื่อเป็นสาขาการจัดจำหน่ายในนิวยอร์ก

1917-1953 การแยกตัวและการพัฒนาครั้งแรก

#1917#

จุดแตกหักครั้งใหญ่: รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดทรัพย์สิน ของบริษัทเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ Merck & Co. กลายเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ เป็นอิสระโดยสมบูรณ์ จากบริษัทแม่ในเยอรมนี

ปัญหา: การสูญเสียสินทรัพย์และสิทธิ์ในแบรนด์ทั่วโลก (เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องใช้ชื่อ MSD นอกสหรัฐฯ) 

การแก้ไข: จอร์จ ดับเบิลยู เมอร์ค (George W. Merck) เข้าซื้อหุ้นคืนในปี 1919 และเปลี่ยนเป็นบริษัทสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยการวิจัย

#1940#

มีส่วนร่วมในการค้นพบและจัดจำหน่าย สเตรปโตไมซิน (Streptomycin) ยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพตัวแรกที่ใช้รักษาวัณโรค

#1953#

รวมกิจการ กับบริษัท Sharp & Dohme ทำให้เกิดบริษัทเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ในขณะนั้น (และชื่อ Merck Sharp & Dohme (MSD))

1960s-2004 ยุคทองของนวัตกรรมและวิกฤต Vioxx

#1970s#

พัฒนาและเปิดตัว วัคซีน MMR (หัด คางทูม หัดเยอรมัน) ซึ่งเปลี่ยนโฉมสาธารณสุขสำหรับเด็ก

#1987#

โครงการบริจาคยา Mectizan เพื่อรักษาโรคตาบอดริมแม่น้ำ (River Blindness) ถือเป็นโครงการการกุศลด้านสุขภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง การแก้ไข: การสร้างชื่อเสียงด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

#1999#

เปิดตัวยาแก้ปวดโรคข้อ Vioxx ซึ่งกลายเป็นยาที่ขายดีอย่างรวดเร็ว

ปัญหา: วิกฤต Vioxx (2004): บริษัทตัดสินใจ ถอนยา Vioxx ออกจากตลาดทั่วโลก หลังจากพบข้อมูลว่ายานี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทถูกฟ้องร้องหลายพันคดีและต้องจ่ายค่าชดเชยหลายพันล้านดอลลาร์

การแก้ไขวิกฤต Vioxx: การเผชิญหน้ากับปัญหาโดยการถอนยาออกทันที (แม้จะนำมาซึ่งความเสียหายทางการเงินมหาศาล) และปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยและความโปร่งใสของการทดลองยา

2009-ปัจจุบัน การปรับโครงสร้างและยุค Keytruda

#2009#

รวมกิจการ กับ Schering-Plough มูลค่า 4.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอและสายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

#2014#

FDA อนุมัติ Keytruda (Pembrolizumab) ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง (Immuno-Oncology)

จุดแข็งใหม่: Keytruda กลายเป็นยาหลักที่ทำรายได้มหาศาล (Blockbuster Drug) และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้และกำไรของบริษัทในปัจจุบัน

#2018#

Robert F. Kennedy Jr. ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านวัคซีนและทนายความด้านสิทธิผู้บริโภค เริ่มมีบทบาทสำคัญในการรวมกลุ่มผู้ฟ้องร้อง และให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อดำเนินการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Mass Litigation) ต่อ Merck & Co.

ปัญหา: Merck ถูกฟ้องร้องโดยผู้ป่วยหลายร้อยราย โดยอ้างว่า Gardasil ก่อให้เกิดภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรง เช่น POTS (ภาวะหัวใจเต้นเร็วเมื่อเปลี่ยนท่าทาง) และ ภาวะรังไข่ล้มเหลวก่อนวัยอันควร และกล่าวหาว่า Merck ละเลยที่จะเตือน ถึงผลข้างเคียงและทำการตลาดที่บิดเบือน

#2021#

แยกบริษัท Organon & Co. ออกไปดูแลกลุ่มยาสำหรับสุขภาพผู้หญิงและยาแบรนด์เดิม

การแก้ไข: ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปที่กลุ่มธุรกิจนวัตกรรมหลัก คือ มะเร็ง (Oncology), วัคซีน, และเวชภัณฑ์เฉพาะทาง

#ส.ค. 2022#

คดี Gardasil ถูกรวมเข้าเป็นคดีความหลายเขต (MDL) ในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพื่อจัดการคดีที่มีลักษณะคล้ายกันจากทั่วประเทศ 

การแก้ไข (ของ Merck): Merck ปฏิเสธ ข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่า วัคซีน Gardasil มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ท่วมท้นและการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก

#ต้นปี 2025#

การพิจารณาคดีนำร่อง (Bellwether Trial) คดีแรก ที่เกี่ยวข้องกับ Gardasil เริ่มต้นขึ้นในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีการระบุว่า RFK Jr. และทีมทนายมีส่วนเกี่ยวข้อง ปัญหา (ใหม่): การพิจารณาคดีนำร่องถูก เลื่อนออกไป เนื่องจากมีข้อกังวลว่าการที่ Robert F. Kennedy Jr. ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ (HHS) อาจส่งผลให้คณะลูกขุนมีอคติ (Bias) เนื่องจาก HHS กำกับดูแล โครงการชดเชยความเสียหายจากวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดการคดีวัคซีนส่วนใหญ่ 

ปัจจุบัน คดีความ (MDL) ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีกรณีที่ถูกศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องและอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเชื่อมโยงสาเหตุและผลกระทบ (Causation) ในการฟ้องร้องทางแพ่ง [3.1] การแก้ไข (ของ Merck): เดินหน้าต่อสู้คดีในทุกระดับศาล โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และกฎหมายที่คุ้มครองผู้ผลิตวัคซีนภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ [3.6]


สรุป: จิตวิญญาณของผู้บุกเบิกใน DNA

Merck & Co. ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทที่ขายยา แต่เป็นองค์กรที่มี "จิตวิญญาณของผู้บุกเบิก" ฝังลึกอยู่ใน DNA:

ความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและวัคซีน: ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ อาจเน้นไปที่การรักษาราคาแพง (อย่าง Keytruda) Merck ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาด วัคซีน (เช่น Gardasil) ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันโรคที่สำคัญต่อสาธารณสุขโลก ทำให้พวกเขามีแหล่งรายได้ที่มั่นคงและมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมสูง

ความกล้าหาญในการเผชิญวิกฤต: กรณี Vioxx เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทยา แต่การตัดสินใจถอนยาออกโดยสมัครใจ (แม้จะล่าช้าไปบ้าง) ในที่สุดก็ช่วยรักษาชื่อเสียงในฐานะบริษัทที่ยึดถือสุขภาพผู้ป่วยเป็นสำคัญ และนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยาในวงกว้าง

อีกด้านหนึ่งคือการต่อสู้กับคดีความจำนวนมากที่ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มที่วิจารณ์วัคซีนอย่างแข็งขัน นำโดย RFK Jr.

เรื่องราวของ Merck จึงเป็นกรณีศึกษาที่ซับซ้อนและน่าสนใจ: Keytruda นำความรุ่งโรจน์ในการรักษามะเร็ง แต่ Gardasil ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์วัคซีนป้องกัน กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางของ ความท้าทายทางกฎหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นบททดสอบถึงความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ และจริยธรรมทางการตลาดของยักษ์ใหญ่วงการยาในเวทีโลก

ปัจจุบัน: ขุมพลังแห่งมะเร็งและภูมิคุ้มกัน: การที่บริษัทแยกหน่วยธุรกิจเก่าที่ไม่ใช่นวัตกรรมออกไป และมุ่งเน้นการลงทุนมหาศาลใน R&D โดยเฉพาะยา Keytruda ทำให้ Merck ก้าวขึ้นเป็น ผู้นำในด้านภูมิคุ้มกันบำบัด และกลายเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในการรักษาโรคมะเร็งที่ก้าวหน้าที่สุดในยุคนี้

Merck จึงเป็นตัวอย่างของยักษ์ใหญ่ที่สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ โดยมีฐานที่มั่นคงจากวัคซีนที่จำเป็น และถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ยิ่งใหญ่และก้าวหน้าที่สุด

https://www.msd-thailand.com/th/research/vaccines/

https://www.merck.com/stories/vaccine-pioneers/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มากกว่าแค่ที่พัก: Nishiyama Onsen Keiunkan บทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

  เสน่ห์ของ Nishiyama Onsen Keiunkan ไม่ได้อยู่แค่การเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่มันคือการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคอดีตที่ซึ่งประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจอยู่จริง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ที่พัก แต่เป็นสถานที่ที่หลอมรวมความสงบงามของธรรมชาติเข้ากับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของผู้คนและผู้มีอำนาจในยุคสมัยต่างๆ Nishiyama Onsen Keiunkan คือบทพิสูจน์ว่า "ความคงอยู่" นั้นมีค่ามากกว่า "ความเปลี่ยนแปลง" ที่รวดเร็วและฉาบฉวย ไทม์ไลน์และเหตุการณ์สำคัญ ยุคนาระ (ค.ศ. 705): ฟุจิวาระ มาฮิโตะ ซึ่งเป็นลูกชายของข้าราชบริพารคนสนิทของจักรพรรดิเท็นจิ (Emperor Tenji) มาฮิโตะค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ในพื้นที่ที่ห่างไกลและพิจารณาว่านี่เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการสร้างโรงน้ำร้อนเพื่อรองรับผู้คน ซึ่งโรงแรมก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นของยุคนาระ โดยตั้งชื่อตามสถานที่ Nishi (西) หมายถึง ทิศตะวันตก Yama (山) หมายถึง ภูเขา Onsen (温泉) หมายถึง น้ำพุร้อน Keiun (慶雲) หมายถึง ยุคเคอุน ที่มีจักรพรรดิมงมุ (Emperor Monmu) [ซึ่งเป็นหลานของจักรพรรดิเท็นจิ]ปกครองญี่ปุ่นอยู่ kan (館) หมายถึง อาคาร, คฤหาสน์,หรือที่พัก ชื่อเต็มของโรง...

ฟูจิฟิล์ม: จากการตามรอยโกดัก สู่การเป็นผู้ชนะแห่งคลื่นดิจิทัล

หากมีบริษัทใดที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของโกดักในยุคฟิล์ม ชื่อนั้นก็คือ ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตฟิล์มให้กับประเทศตัวเอง แต่กลับกลายเป็นผู้รอดชีวิตแห่งยุคดิจิทัล และเติบโตสู่ธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิด นี่คือเรื่องราวของ "ความกล้า" ที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวันที่ธุรกิจยังรุ่งโรจน์ และทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด จุดเริ่มต้น: การพึ่งพาตัวเองของญี่ปุ่น ฟูจิฟิล์มก่อตั้งขึ้นในปี 1934 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการมีบริษัทผลิตฟิล์มของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาโกดักจากสหรัฐฯ ในช่วงแรก ฟูจิฟิล์มเป็นเพียงผู้ตามที่เรียนรู้จากโกดัก แต่แล้วก็เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองจนสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล อย่างไรก็ตาม เส้นทางของสองยักษ์ใหญ่ก็แยกจากกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อคลื่นดิจิทัลเริ่มก่อตัวขึ้น image by google mixboard ไทม์ไลน์แห่งการตัดสินใจ: จาก "คู่แข่ง" สู่ "ผู้รอดชีวิต" 1984: การตัดสินใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้น: ในขณะที่โกดักเลือกที่จะเมินเฉยต่อเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลที่วิศวกรของตัวเองประดิษฐ์...

ศึกเงินเฟ้อล้างโลก 2025: 5 ชาติหัวเลี้ยวหัวต่อ… ใครรอด ใครร่วง?

Simple Economics Exclusive : จากปี 2021 ที่โลกเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 สู่ปี 2025 ที่หลายประเทศยังคงต่อสู้กับ “ปีศาจเงินเฟ้อ” ที่กัดกินกำลังซื้อและบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของรัฐบาล ธนาคารกลาง และภาคประชาชน นี่คือการเจาะลึก 5 ประเทศที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน (และอนาคตอันใกล้) พร้อมวิเคราะห์ที่มา ที่ไป และบทสรุปของ “สงครามเงินเฟ้อ” ครั้งนี้ ที่มา: เมล็ดพันธุ์เงินเฟ้อ … หว่านจากวิกฤต (2020–2022) มาตรการกระตุ้นหลังโควิด (2020–2021) : รัฐบาลทั่วโลกอัดเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่ม (“demand-pull inflation”) ปัญหา Supply Chain (2021–2022) : การขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่ง (“cost-push inflation”) สงครามยูเครน (2022) : ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งอย่างรุนแรง เสริมแรงให้เงินเฟ้อยิ่งร้อนแรง หลังจากนั้น “ปีศาจเงินเฟ้อ” ก็เริ่มอาละวาด — แต่ผลกระทบไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ … 1. อาร์เจนตินา (Argentina): เงินเฟ้อเรื้อรัง ระเบิดลดลง...