ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศึกหนักของ Volkswagen (VW)

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรถยนต์ แต่มันคือ "สัญญาณการล่มสลาย" ของโมเดลเศรษฐกิจเก่าแก่ที่เคยทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่เลยล่ะ นี่คือสรุปมหากาพย์ "Volkswagen (VW) ถังแตก" ที่กำลังสั่นสะเทือนยุโรปครับ เมื่อพี่ใหญ่ถังแตก: ดราม่า Volkswagen ปิดโรงงาน สัญญาณเตือนภัยที่เยอรมนีไม่อยากยอมรับ แก... นึกภาพตามนะ โฟล์คสวาเกน (VW) นี่เปรียบเสมือน "สมบัติชาติ" ของเยอรมนี เป็นพี่เบิ้มที่จ้างงานคนมหาศาล สวัสดิการดีเยี่ยม และไม่เคยปิดโรงงานในบ้านเกิดตัวเองมาเกือบ 90 ปี แต่วันนี้พี่เบิ้มกำลังบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว" Timeline: มันเกิดอะไรขึ้น? (ฉบับย่อ) 2023 - ต้นปี 2024: VW เริ่มบ่นว่า "ต้นทุนเราสูงเกินไปนะ" พยายามบอกให้รัดเข็มขัด แต่ยอดขายรถ EV ก็ยังแป้ก สู้จีนไม่ได้ กันยายน 2024 (จุดแตกหัก): ผู้บริหารประกาศเปรี้ยง! ขอยกเลิกสัญญาจ้างงานที่การันตีความมั่นคง (Job Security) ที่มีมาตั้งแต่ปี 1994 บอกว่าถ้าไม่ทำ บริษัทอยู่ไม่ได้ ตุลาคม 2024: ข่าวหลุดออกมาว่า แผนจริงๆ คือ อยู่ในแผนพิจารณา  จะปิดโรงงานในเยอรมนีอย่างน้อย 3 แห่ง และจะเลิกจ้างคนนับหมื่น รวมถึงตัดเงินเดือ...

จากเหมืองถ่านหินสู่ผู้นำระดับโลกด้านโภชนาการและสุขภาพ: บทวิเคราะห์ Koninklijke DSM N.V.


Koninklijke DSM N.V. (ย่อว่า DSM) เป็นบริษัทข้ามชาติของเนเธอร์แลนด์ที่เรื่องราวการพัฒนาธุรกิจน่าสนใจยิ่ง จากจุดเริ่มต้นในฐานะกิจการของรัฐที่ทำเหมืองถ่านหิน ได้ผ่านการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาดจนกลายเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต โภชนาการ และความยั่งยืน ก่อนที่จะรวมกิจการกับ Firmenich และก้าวไปสู่บทใหม่ในชื่อ dsm-firmenich

บทความนี้จะเจาะลึกการเดินทางทางธุรกิจที่โดดเด่นของ DSM


1. ประวัติการก่อตั้งและวิวัฒนาการ

  • ประวัติการก่อตั้ง: DSM ก่อตั้งขึ้นในปี 1902 โดยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ภายใต้ชื่อ Dutch State Mines (เหมืองของรัฐดัตช์) หรือที่มาของอักษรย่อ DSM โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำเหมืองถ่านหินในเมืองลิมเบิร์กตอนใต้

  • ยุคเปลี่ยนผ่าน (หลังปี 1945): แม้ว่าธุรกิจถ่านหินจะดำเนินต่อไป แต่บริษัทก็เริ่มขยายไปสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีภัณฑ์

  • ยุคปิดเหมืองและแปรรูป (1973 - 1989): เหมืองถ่านหินแห่งสุดท้ายปิดตัวลงในปี 1973 และบริษัทได้เปลี่ยนเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์เต็มตัว ก่อนที่จะแปรรูปเป็นบริษัทเอกชนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อัมสเตอร์ดัมในปี 1989

2. การพัฒนาธุรกิจที่สำคัญ (Portfolio Transformation)

การเติบโตของ DSM ตลอดศตวรรษที่ 21 ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนผ่านพอร์ตโฟลิโออย่างสิ้นเชิง โดยเน้นการขายธุรกิจเคมีภัณฑ์และวัสดุพื้นฐานออกไป แล้วทุ่มทุนเข้าสู่ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตและโภชนาการผ่านการควบรวมกิจการ (M&A)

ช่วงเวลาเหตุการณ์พัฒนาธุรกิจสำคัญผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์
ปลายปี 1990sเข้าซื้อ Gist-brocades (1998) ซึ่งเป็นผู้นำด้านเอนไซม์และส่วนผสมอาหารเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจโภชนาการและส่วนผสมชีวภาพอย่างจริงจัง
ต้นปี 2000sเข้าซื้อ Roche's vitamin division (2003)ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของโลกในตลาดวิตามินและสารอาหาร
ปี 2020 - 2023การแยกธุรกิจวัสดุ (Divestment) ขายธุรกิจ Engineering Materials (DEM) และ Protective Materials ออกไปให้กับพันธมิตร (เช่น LANXESS/Advent International และ Covestro)ทำให้บริษัทมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักคือ สุขภาพและโภชนาการ เท่านั้น
พ.ค. 2023การควบรวมกิจการ (Merger) รวมกับ Firmenich International SA ผู้นำระดับโลกด้านน้ำหอมและรสชาติก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ dsm-firmenich ทำให้พอร์ตโฟลิโอกว้างขึ้น ครอบคลุม "โภชนาการ สุขภาพ และความงาม"

3. ธุรกิจหลักในปัจจุบัน (dsm-firmenich)

DSM ในปัจจุบัน (ซึ่งควบรวมเป็น dsm-firmenich) เป็นผู้ผลิตส่วนผสมเฉพาะทางระดับโลก โดยมีธุรกิจหลักที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ 4 ด้านหลักที่ถือเป็นผู้นำ 3 อันดับแรกของโลก:

  1. Animal Nutrition & Health (โภชนาการและสุขภาพสัตว์): ส่วนผสมสำคัญสำหรับอาหารสัตว์ เช่น วิตามิน และสารเติมแต่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการเลี้ยงสัตว์ (เช่น Bovaer สารลดการปล่อยก๊าซมีเทนในวัว)

  2. Health, Nutrition & Care (สุขภาพ โภชนาการ และการดูแล): ส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม, โภชนาการทางการแพทย์, และส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

  3. Food & Beverage / Taste, Texture & Health (อาหารและเครื่องดื่ม / รสชาติ): ส่วนผสมสำหรับรสชาติ, เนื้อสัมผัส, เอนไซม์, และส่วนผสมอื่นๆ สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

  4. Perfumery & Beauty (น้ำหอมและความงาม): การสร้างสรรค์และผลิตน้ำหอม, ส่วนผสมน้ำหอม, และส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความงาม

4. ปัญหาสำคัญและการแก้ไข (Price Fixing Case)

ในช่วงต้นปี 2000s DSM เคยเผชิญกับปัญหาด้านกฎหมายครั้งใหญ่ในธุรกิจโภชนาการ

  • ปัญหา: ในปี 2001 บริษัทถูกดำเนินคดีและปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล (หลายร้อยล้านยูโร) ในยุโรป สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โทษฐาน สมคบคิดตรึงราคา (Price Fixing Cartel) ในตลาดวิตามินร่วมกับบริษัทคู่แข่งรายใหญ่

  • การแก้ไขของบริษัท: DSM แสดงความร่วมมือกับทางการเพื่อลดโทษ และดำเนินการ ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กร ครั้งใหญ่ โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน (Sustainability) และจริยธรรม (Ethics) เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์นี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูชื่อเสียง แต่ยังดึงดูดนักลงทุนที่เน้นการลงทุนอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้สำเร็จ

5. กำไรย้อนหลัง 5 ปี (Net Income)

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ (การขายธุรกิจวัสดุและการรวมกิจการกับ Firmenich ในปี 2023) ตัวเลขกำไรสุทธิ (Net Income) จึงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะจากกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายสินทรัพย์ (Discontinued Operations)

ปี (สิ้นสุด 31 ธ.ค.)กำไรสุทธิ (Net Income) (ล้านยูโร)หมายเหตุสำคัญ
2019764ผลประกอบการตามปกติก่อนการปรับโครงสร้างองค์กร
2020508ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
20211,680กำไรอยู่ในระดับสูงก่อนการปรับโครงสร้างใหญ่
20221,715กำไรส่วนใหญ่มาจากธุรกิจต่อเนื่อง
2023(550) (จากธุรกิจต่อเนื่อง)ขาดทุน จากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังการควบรวมกับ Firmenich

*หมายเหตุ: ตัวเลขในปี 2023 สะท้อนถึงการดำเนินงานของ dsm-firmenich (รวมธุรกิจวัสดุเป็น Discontinued Operations)

คำอธิบาย: ทำไมปี 2023 ถึงติดลบ? (กำไรจากธุรกิจต่อเนื่อง)

สาเหตุที่ DSM (หลังการควบรวมเป็น dsm-firmenich) รายงานผลขาดทุนสุทธิ €550 ล้าน จาก "ธุรกิจต่อเนื่อง" (Continuing Operations) ในปี 2023 นั้นสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้:

1. ผลกระทบจากการควบรวมกิจการ (Firmenich Merger)

ในปี 2023 DSM ได้รวมกิจการกับ Firmenich ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำและมีมูลค่าสูงมาก (Non-Recurring Costs) เช่น:

  • ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร (Restructuring Costs): ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการยุบรวมหน่วยงาน, การเลิกจ้างพนักงานซ้ำซ้อน, และการรวมระบบไอทีของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน

  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบัญชี (Non-Cash Accounting Charges): ค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่เกิดจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินของ Firmenich ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่หลังการควบรวม

2. ตลาดวิตามินอ่อนแอลง

ธุรกิจ โภชนาการสัตว์ (Animal Nutrition) ซึ่งรวมถึงวิตามินและสารอาหาร มีความท้าทายอย่างมากในปี 2023 เนื่องจาก:

  • ราคาวิตามินลดลง: ราคาขายวิตามินในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว

  • การลดสต็อก (Destocking): ลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายลดการสั่งซื้อสินค้าใหม่เพื่อเคลียร์สต็อกเก่าที่มีอยู่

แม้ว่ากำไรจาก "ธุรกิจต่อเนื่อง" จะติดลบ แต่โดยรวมแล้วงบการเงินของบริษัทในปี 2023 มี "กำไรสุทธิรวม (Total Net Income)" สูงมาก เนื่องจากบริษัทได้รับ "กำไรจากการขายธุรกิจ (Gain from Divestment)" ครั้งใหญ่จากการขายธุรกิจวัสดุ (Engineering Materials) ออกไป กำไรนี้ถูกบันทึกในส่วนของ "ธุรกิจที่ยกเลิกการดำเนินงาน (Discontinued Operations)" ซึ่งช่วยชดเชยและทำให้ฐานะทางการเงินรวมของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น

6. ส่วนแบ่งการตลาดและคู่แข่ง

  • ส่วนแบ่งการตลาด: dsm-firmenich เป็นหนึ่งในผู้นำ 3 อันดับแรกของโลกในแต่ละธุรกิจหลัก (โภชนาการสัตว์, โภชนาการมนุษย์, น้ำหอม, และรสชาติ)

    • โภชนาการ (Vitamins & Ingredients): เป็นผู้นำในตลาดโลก

  • คู่แข่งหลัก:

    • โภชนาการและสุขภาพ: BASF, Lonza, Glanbia, Kerry Group

    • รสชาติและน้ำหอม: Givaudan (คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุด), IFF (International Flavors & Fragrances)

7. บทสรุป

Koninklijke DSM N.V. คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการ "กำหนดอนาคตตนเอง" ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางกลยุทธ์ที่กล้าหาญ พวกเขาเปลี่ยนจากธุรกิจถ่านหินยุคเก่าที่ไม่ยั่งยืน ไปสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นธุรกิจวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้น โภชนาการ สุขภาพ และความยั่งยืน ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลก การควบรวมกิจการกับ Firmenich ในปี 2023 เป็นการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดที่ตอกย้ำจุดยืนของพวกเขาในฐานะ นวัตกรด้านส่วนผสม ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคยุคใหม่ ตั้งแต่อาหารที่ยั่งยืนไปจนถึงความงามที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์


ลิงก์ที่มาสำหรับบทความ (อ้างอิงข้อมูล)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มากกว่าแค่ที่พัก: Nishiyama Onsen Keiunkan บทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

  เสน่ห์ของ Nishiyama Onsen Keiunkan ไม่ได้อยู่แค่การเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่มันคือการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคอดีตที่ซึ่งประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจอยู่จริง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ที่พัก แต่เป็นสถานที่ที่หลอมรวมความสงบงามของธรรมชาติเข้ากับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของผู้คนและผู้มีอำนาจในยุคสมัยต่างๆ Nishiyama Onsen Keiunkan คือบทพิสูจน์ว่า "ความคงอยู่" นั้นมีค่ามากกว่า "ความเปลี่ยนแปลง" ที่รวดเร็วและฉาบฉวย ไทม์ไลน์และเหตุการณ์สำคัญ ยุคนาระ (ค.ศ. 705): ฟุจิวาระ มาฮิโตะ ซึ่งเป็นลูกชายของข้าราชบริพารคนสนิทของจักรพรรดิเท็นจิ (Emperor Tenji) มาฮิโตะค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ในพื้นที่ที่ห่างไกลและพิจารณาว่านี่เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการสร้างโรงน้ำร้อนเพื่อรองรับผู้คน ซึ่งโรงแรมก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นของยุคนาระ โดยตั้งชื่อตามสถานที่ Nishi (西) หมายถึง ทิศตะวันตก Yama (山) หมายถึง ภูเขา Onsen (温泉) หมายถึง น้ำพุร้อน Keiun (慶雲) หมายถึง ยุคเคอุน ที่มีจักรพรรดิมงมุ (Emperor Monmu) [ซึ่งเป็นหลานของจักรพรรดิเท็นจิ]ปกครองญี่ปุ่นอยู่ kan (館) หมายถึง อาคาร, คฤหาสน์,หรือที่พัก ชื่อเต็มของโรง...

ฟูจิฟิล์ม: จากการตามรอยโกดัก สู่การเป็นผู้ชนะแห่งคลื่นดิจิทัล

หากมีบริษัทใดที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของโกดักในยุคฟิล์ม ชื่อนั้นก็คือ ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตฟิล์มให้กับประเทศตัวเอง แต่กลับกลายเป็นผู้รอดชีวิตแห่งยุคดิจิทัล และเติบโตสู่ธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิด นี่คือเรื่องราวของ "ความกล้า" ที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวันที่ธุรกิจยังรุ่งโรจน์ และทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด จุดเริ่มต้น: การพึ่งพาตัวเองของญี่ปุ่น ฟูจิฟิล์มก่อตั้งขึ้นในปี 1934 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการมีบริษัทผลิตฟิล์มของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาโกดักจากสหรัฐฯ ในช่วงแรก ฟูจิฟิล์มเป็นเพียงผู้ตามที่เรียนรู้จากโกดัก แต่แล้วก็เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองจนสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล อย่างไรก็ตาม เส้นทางของสองยักษ์ใหญ่ก็แยกจากกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อคลื่นดิจิทัลเริ่มก่อตัวขึ้น image by google mixboard ไทม์ไลน์แห่งการตัดสินใจ: จาก "คู่แข่ง" สู่ "ผู้รอดชีวิต" 1984: การตัดสินใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้น: ในขณะที่โกดักเลือกที่จะเมินเฉยต่อเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลที่วิศวกรของตัวเองประดิษฐ์...

ศึกเงินเฟ้อล้างโลก 2025: 5 ชาติหัวเลี้ยวหัวต่อ… ใครรอด ใครร่วง?

Simple Economics Exclusive : จากปี 2021 ที่โลกเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 สู่ปี 2025 ที่หลายประเทศยังคงต่อสู้กับ “ปีศาจเงินเฟ้อ” ที่กัดกินกำลังซื้อและบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของรัฐบาล ธนาคารกลาง และภาคประชาชน นี่คือการเจาะลึก 5 ประเทศที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน (และอนาคตอันใกล้) พร้อมวิเคราะห์ที่มา ที่ไป และบทสรุปของ “สงครามเงินเฟ้อ” ครั้งนี้ ที่มา: เมล็ดพันธุ์เงินเฟ้อ … หว่านจากวิกฤต (2020–2022) มาตรการกระตุ้นหลังโควิด (2020–2021) : รัฐบาลทั่วโลกอัดเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่ม (“demand-pull inflation”) ปัญหา Supply Chain (2021–2022) : การขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่ง (“cost-push inflation”) สงครามยูเครน (2022) : ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งอย่างรุนแรง เสริมแรงให้เงินเฟ้อยิ่งร้อนแรง หลังจากนั้น “ปีศาจเงินเฟ้อ” ก็เริ่มอาละวาด — แต่ผลกระทบไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ … 1. อาร์เจนตินา (Argentina): เงินเฟ้อเรื้อรัง ระเบิดลดลง...