Koninklijke DSM N.V. (ย่อว่า DSM) เป็นบริษัทข้ามชาติของเนเธอร์แลนด์ที่เรื่องราวการพัฒนาธุรกิจน่าสนใจยิ่ง จากจุดเริ่มต้นในฐานะกิจการของรัฐที่ทำเหมืองถ่านหิน ได้ผ่านการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาดจนกลายเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต โภชนาการ และความยั่งยืน ก่อนที่จะรวมกิจการกับ Firmenich และก้าวไปสู่บทใหม่ในชื่อ dsm-firmenich
บทความนี้จะเจาะลึกการเดินทางทางธุรกิจที่โดดเด่นของ DSM
1. ประวัติการก่อตั้งและวิวัฒนาการ
ประวัติการก่อตั้ง: DSM ก่อตั้งขึ้นในปี 1902 โดยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ภายใต้ชื่อ Dutch State Mines (เหมืองของรัฐดัตช์) หรือที่มาของอักษรย่อ DSM โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำเหมืองถ่านหินในเมืองลิมเบิร์กตอนใต้
ยุคเปลี่ยนผ่าน (หลังปี 1945): แม้ว่าธุรกิจถ่านหินจะดำเนินต่อไป แต่บริษัทก็เริ่มขยายไปสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีภัณฑ์
ยุคปิดเหมืองและแปรรูป (1973 - 1989): เหมืองถ่านหินแห่งสุดท้ายปิดตัวลงในปี 1973 และบริษัทได้เปลี่ยนเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์เต็มตัว ก่อนที่จะแปรรูปเป็นบริษัทเอกชนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อัมสเตอร์ดัมในปี 1989
2. การพัฒนาธุรกิจที่สำคัญ (Portfolio Transformation)
การเติบโตของ DSM ตลอดศตวรรษที่ 21 ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนผ่านพอร์ตโฟลิโออย่างสิ้นเชิง โดยเน้นการขายธุรกิจเคมีภัณฑ์และวัสดุพื้นฐานออกไป แล้วทุ่มทุนเข้าสู่ธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตและโภชนาการผ่านการควบรวมกิจการ (M&A)
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์พัฒนาธุรกิจสำคัญ | ผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ |
| ปลายปี 1990s | เข้าซื้อ Gist-brocades (1998) ซึ่งเป็นผู้นำด้านเอนไซม์และส่วนผสมอาหาร | เป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจโภชนาการและส่วนผสมชีวภาพอย่างจริงจัง |
| ต้นปี 2000s | เข้าซื้อ Roche's vitamin division (2003) | ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของโลกในตลาดวิตามินและสารอาหาร |
| ปี 2020 - 2023 | การแยกธุรกิจวัสดุ (Divestment) ขายธุรกิจ Engineering Materials (DEM) และ Protective Materials ออกไปให้กับพันธมิตร (เช่น LANXESS/Advent International และ Covestro) | ทำให้บริษัทมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักคือ สุขภาพและโภชนาการ เท่านั้น |
| พ.ค. 2023 | การควบรวมกิจการ (Merger) รวมกับ Firmenich International SA ผู้นำระดับโลกด้านน้ำหอมและรสชาติ | ก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ dsm-firmenich ทำให้พอร์ตโฟลิโอกว้างขึ้น ครอบคลุม "โภชนาการ สุขภาพ และความงาม" |
3. ธุรกิจหลักในปัจจุบัน (dsm-firmenich)
DSM ในปัจจุบัน (ซึ่งควบรวมเป็น dsm-firmenich) เป็นผู้ผลิตส่วนผสมเฉพาะทางระดับโลก โดยมีธุรกิจหลักที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ 4 ด้านหลักที่ถือเป็นผู้นำ 3 อันดับแรกของโลก:
Animal Nutrition & Health (โภชนาการและสุขภาพสัตว์): ส่วนผสมสำคัญสำหรับอาหารสัตว์ เช่น วิตามิน และสารเติมแต่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการเลี้ยงสัตว์ (เช่น Bovaer สารลดการปล่อยก๊าซมีเทนในวัว)
Health, Nutrition & Care (สุขภาพ โภชนาการ และการดูแล): ส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม, โภชนาการทางการแพทย์, และส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
Food & Beverage / Taste, Texture & Health (อาหารและเครื่องดื่ม / รสชาติ): ส่วนผสมสำหรับรสชาติ, เนื้อสัมผัส, เอนไซม์, และส่วนผสมอื่นๆ สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
Perfumery & Beauty (น้ำหอมและความงาม): การสร้างสรรค์และผลิตน้ำหอม, ส่วนผสมน้ำหอม, และส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความงาม
4. ปัญหาสำคัญและการแก้ไข (Price Fixing Case)
ในช่วงต้นปี 2000s DSM เคยเผชิญกับปัญหาด้านกฎหมายครั้งใหญ่ในธุรกิจโภชนาการ
ปัญหา: ในปี 2001 บริษัทถูกดำเนินคดีและปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล (หลายร้อยล้านยูโร) ในยุโรป สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โทษฐาน สมคบคิดตรึงราคา (Price Fixing Cartel) ในตลาดวิตามินร่วมกับบริษัทคู่แข่งรายใหญ่
การแก้ไขของบริษัท: DSM แสดงความร่วมมือกับทางการเพื่อลดโทษ และดำเนินการ ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กร ครั้งใหญ่ โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน (Sustainability) และจริยธรรม (Ethics) เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์นี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูชื่อเสียง แต่ยังดึงดูดนักลงทุนที่เน้นการลงทุนอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้สำเร็จ
5. กำไรย้อนหลัง 5 ปี (Net Income)
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ (การขายธุรกิจวัสดุและการรวมกิจการกับ Firmenich ในปี 2023) ตัวเลขกำไรสุทธิ (Net Income) จึงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะจากกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายสินทรัพย์ (Discontinued Operations)
| ปี (สิ้นสุด 31 ธ.ค.) | กำไรสุทธิ (Net Income) (ล้านยูโร) | หมายเหตุสำคัญ |
| 2019 | 764 | ผลประกอบการตามปกติก่อนการปรับโครงสร้างองค์กร |
| 2020 | 508 | ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 |
| 2021 | 1,680 | กำไรอยู่ในระดับสูงก่อนการปรับโครงสร้างใหญ่ |
| 2022 | 1,715 | กำไรส่วนใหญ่มาจากธุรกิจต่อเนื่อง |
| 2023 | (550) (จากธุรกิจต่อเนื่อง) | ขาดทุน จากการดำเนินงานต่อเนื่องหลังการควบรวมกับ Firmenich |
*หมายเหตุ: ตัวเลขในปี 2023 สะท้อนถึงการดำเนินงานของ dsm-firmenich (รวมธุรกิจวัสดุเป็น Discontinued Operations)
คำอธิบาย: ทำไมปี 2023 ถึงติดลบ? (กำไรจากธุรกิจต่อเนื่อง)
สาเหตุที่ DSM (หลังการควบรวมเป็น dsm-firmenich) รายงานผลขาดทุนสุทธิ €550 ล้าน จาก "ธุรกิจต่อเนื่อง" (Continuing Operations) ในปี 2023 นั้นสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้:
1. ผลกระทบจากการควบรวมกิจการ (Firmenich Merger)
ในปี 2023 DSM ได้รวมกิจการกับ Firmenich ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำและมีมูลค่าสูงมาก (Non-Recurring Costs) เช่น:
ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร (Restructuring Costs): ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการยุบรวมหน่วยงาน, การเลิกจ้างพนักงานซ้ำซ้อน, และการรวมระบบไอทีของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบัญชี (Non-Cash Accounting Charges): ค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่เกิดจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินของ Firmenich ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่หลังการควบรวม
2. ตลาดวิตามินอ่อนแอลง
ธุรกิจ โภชนาการสัตว์ (Animal Nutrition) ซึ่งรวมถึงวิตามินและสารอาหาร มีความท้าทายอย่างมากในปี 2023 เนื่องจาก:
ราคาวิตามินลดลง: ราคาขายวิตามินในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว
การลดสต็อก (Destocking): ลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายลดการสั่งซื้อสินค้าใหม่เพื่อเคลียร์สต็อกเก่าที่มีอยู่
แม้ว่ากำไรจาก "ธุรกิจต่อเนื่อง" จะติดลบ แต่โดยรวมแล้วงบการเงินของบริษัทในปี 2023 มี "กำไรสุทธิรวม (Total Net Income)" สูงมาก เนื่องจากบริษัทได้รับ "กำไรจากการขายธุรกิจ (Gain from Divestment)" ครั้งใหญ่จากการขายธุรกิจวัสดุ (Engineering Materials) ออกไป กำไรนี้ถูกบันทึกในส่วนของ "ธุรกิจที่ยกเลิกการดำเนินงาน (Discontinued Operations)" ซึ่งช่วยชดเชยและทำให้ฐานะทางการเงินรวมของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น
6. ส่วนแบ่งการตลาดและคู่แข่ง
ส่วนแบ่งการตลาด: dsm-firmenich เป็นหนึ่งในผู้นำ 3 อันดับแรกของโลกในแต่ละธุรกิจหลัก (โภชนาการสัตว์, โภชนาการมนุษย์, น้ำหอม, และรสชาติ)
โภชนาการ (Vitamins & Ingredients): เป็นผู้นำในตลาดโลก
คู่แข่งหลัก:
โภชนาการและสุขภาพ: BASF, Lonza, Glanbia, Kerry Group
รสชาติและน้ำหอม: Givaudan (คู่แข่งที่ใหญ่ที่สุด), IFF (International Flavors & Fragrances)
7. บทสรุป
Koninklijke DSM N.V. คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการ "กำหนดอนาคตตนเอง" ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางกลยุทธ์ที่กล้าหาญ พวกเขาเปลี่ยนจากธุรกิจถ่านหินยุคเก่าที่ไม่ยั่งยืน ไปสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นธุรกิจวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้น โภชนาการ สุขภาพ และความยั่งยืน ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลก การควบรวมกิจการกับ Firmenich ในปี 2023 เป็นการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดที่ตอกย้ำจุดยืนของพวกเขาในฐานะ นวัตกรด้านส่วนผสม ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคยุคใหม่ ตั้งแต่อาหารที่ยั่งยืนไปจนถึงความงามที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น