San Miguel Corporation (SMC) ไม่ใช่แค่บริษัทผู้ผลิตเบียร์ แต่คือหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษ SMC ได้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน และได้เปลี่ยนแปลงตัวเองจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบบดั้งเดิม สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจที่ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
นี่คือเรื่องราวการเดินทางของ SMC ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการปรับตัวเชิงกลยุทธ์
ไทม์ไลน์: การก่อตั้ง วิกฤต และการปรับตัว
ปี ค.ศ. 1890 :การก่อตั้ง
เหตุการณ์: Don Enrique María Barretto de Ycaza ก่อตั้ง La Fábrica de Cerveza San Miguel ซึ่งเป็นโรงเบียร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การดำเนินการ: บริษัทเริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นธุรกิจเบียร์เพียงอย่างเดียว และเติบโตอย่างรวดเร็วภายใต้ความต้องการของตลาดอาณานิคมสเปน
ทศวรรษ 1980 - 1990: ช่วงเปลี่ยนผ่านและวิกฤตการเมือง
เหตุการณ์: การเปลี่ยนแปลงทางอำนาจทางการเมืองในฟิลิปปินส์ภายหลังการสิ้นสุดยุคของประธานาธิบดีมาร์กอส ส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาล ทำให้ SMC ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านการบริหาร
การดำเนินการ (แก้ไขปัญหา): บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการครั้งใหญ่ โดยแต่งตั้ง Eduardo "Danding" Cojuangco Jr. เข้ามาเป็นประธานบริหาร เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพและสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับรัฐบาล
ทศวรรษ 2000 - ปัจจุบัน: การขยายธุรกิจสู่โครงสร้างพื้นฐาน
เหตุการณ์: ผู้บริหารคนใหม่ Ramon Ang ได้นำวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าเข้าสู่บริษัท โดยเล็งเห็นว่าการพึ่งพาแต่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง
การดำเนินการ (ต่อสู้กับความเสี่ยง): SMC ได้ใช้กลยุทธ์การขยายธุรกิจแบบเชิงรุก (Diversification) โดยเข้าซื้อและลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เช่น:
พลังงาน: การเข้าซื้อกิจการในธุรกิจพลังงานผ่าน SMC Global Power ทำให้เป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมพลังงานของฟิลิปปินส์
ปิโตรเลียม: การเข้าซื้อ Petron Corporation ทำให้ SMC เป็นผู้จำหน่ายน้ำมันและเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุด
โครงสร้างพื้นฐาน: การลงทุนมหาศาลในการก่อสร้างและบริหารจัดการทางด่วนและสนามบิน เช่น Skyway และโครงการสนามบินแห่งใหม่ในมะนิลา
แนวทางการทำธุรกิจและจุดแข็ง
โมเดลธุรกิจของ SMC ในปัจจุบันคือการเป็นกลุ่มธุรกิจแบบ Conglomerate ที่ใช้กำไรจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มซึ่งมีความมั่นคง มาเป็นแหล่งทุนในการลงทุนในธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงและมีการผูกขาดโดยธรรมชาติ
การกระจายความเสี่ยง: การมีธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่เบียร์ ขนมปัง ไปจนถึงถนนและไฟฟ้า ทำให้ SMC ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน: การถือครองสัมปทานในธุรกิจสำคัญ เช่น พลังงานและถนน ทำให้ SMC มีรายได้ประจำที่มั่นคงและมีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
การต่อสู้กับคู่แข่ง: SMC ใช้ขนาดและอำนาจทางการตลาดที่เหนือกว่าในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเบียร์ที่คู่แข่งรายใหม่แทรกตัวได้ยาก และในตลาดโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก
กำไรย้อนหลัง 5 ปี (ข้อมูลจากรายงานการเงินล่าสุด)
SMC มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยกำไรสุทธิแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรจากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย:
| ปี | กำไรสุทธิ (พันล้านเปโซ ฟิลิปปินส์) | เหตุผลหลัก |
| 2018 | 55.4 | กำไรจากธุรกิจพลังงานและอาหารที่เติบโต |
| 2019 | 49.3 | ผลกำไรจากธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง |
| 2020 | 6.8 | ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และราคาปิโตรเลียมที่ลดลง |
| 2021 | 43.6 | การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดและรายได้จากธุรกิจพลังงานและอาหาร |
| 2022 | 49.9 | การเติบโตต่อเนื่องของทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน |
ข้อมูล ณ สิ้นปี ค.ศ.2022 เป็นไปตามรายงานการเงินล่าสุดที่มีการเผยแพร่
บทสรุป
San Miguel Corporation เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของบริษัทที่ใช้ความแข็งแกร่งจากแบรนด์ดั้งเดิมในการต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนและมีกำไรสูง การตัดสินใจกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานในยุคทศวรรษ 2000 ได้เปลี่ยนโฉมบริษัทจากผู้ผลิตเบียร์ให้กลายเป็น เสาหลักของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแนวทางการทำธุรกิจที่ทำให้บริษัทมีกำไรเติบโตอย่างมั่นคงและเป็นที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง
แหล่งที่มา:
https://forbesthailand.com/asia/world/ramon-ang-สร้าง-san-miguel-กลับมายิ่งใหญ่
https://pdfcoffee.com/download/san-miguel-corporation-written-reportdocx-pdf-free.html
https://www.sanmiguel.com.ph/corporate/investor-relations/financial-performance/financial-statements
https://www.thebusinessplus.com/san-miguel-brewery/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น