ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศึกหนักของ Volkswagen (VW)

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรถยนต์ แต่มันคือ "สัญญาณการล่มสลาย" ของโมเดลเศรษฐกิจเก่าแก่ที่เคยทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่เลยล่ะ นี่คือสรุปมหากาพย์ "Volkswagen (VW) ถังแตก" ที่กำลังสั่นสะเทือนยุโรปครับ เมื่อพี่ใหญ่ถังแตก: ดราม่า Volkswagen ปิดโรงงาน สัญญาณเตือนภัยที่เยอรมนีไม่อยากยอมรับ แก... นึกภาพตามนะ โฟล์คสวาเกน (VW) นี่เปรียบเสมือน "สมบัติชาติ" ของเยอรมนี เป็นพี่เบิ้มที่จ้างงานคนมหาศาล สวัสดิการดีเยี่ยม และไม่เคยปิดโรงงานในบ้านเกิดตัวเองมาเกือบ 90 ปี แต่วันนี้พี่เบิ้มกำลังบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว" Timeline: มันเกิดอะไรขึ้น? (ฉบับย่อ) 2023 - ต้นปี 2024: VW เริ่มบ่นว่า "ต้นทุนเราสูงเกินไปนะ" พยายามบอกให้รัดเข็มขัด แต่ยอดขายรถ EV ก็ยังแป้ก สู้จีนไม่ได้ กันยายน 2024 (จุดแตกหัก): ผู้บริหารประกาศเปรี้ยง! ขอยกเลิกสัญญาจ้างงานที่การันตีความมั่นคง (Job Security) ที่มีมาตั้งแต่ปี 1994 บอกว่าถ้าไม่ทำ บริษัทอยู่ไม่ได้ ตุลาคม 2024: ข่าวหลุดออกมาว่า แผนจริงๆ คือ อยู่ในแผนพิจารณา  จะปิดโรงงานในเยอรมนีอย่างน้อย 3 แห่ง และจะเลิกจ้างคนนับหมื่น รวมถึงตัดเงินเดือ...

CITIC Securities: เมื่อ "เรือธง" ของรัฐกางใบสู่ตลาดโลก



ในตลาดการเงินที่ดุเดือดของประเทศจีน มีชื่อหนึ่งที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต้องจับตามองเป็นพิเศษ นั่นคือ CITIC Securities Co., Ltd. บริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่โบรกเกอร์ แต่เป็นเสมือน "เรือธง" ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญของกลุ่ม CITIC Group ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของรัฐบาลจีน เรื่องราวของ CITIC Securities จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำธุรกิจ แต่คือเรื่องราวของการเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดการเงินจีน


ไทม์ไลน์สำคัญและบทเรียนจากวิกฤต

  • 2538 (1995): จุดเริ่มต้น

    • ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2538 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้นำด้านบริการทางการเงินที่ครอบคลุม

  • 2540 (1997): วิกฤตต้มยำกุ้ง

    • ผลกระทบ: CITIC Securities ได้รับผลกระทบทางตรงน้อยมาก เนื่องจากรัฐบาลจีนมีมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เข้มงวด ทำให้ตลาดการเงินจีนถูกแยกออกจากวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียส่วนใหญ่ แต่เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้จีนตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างสถาบันการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

  • 2544 (2001): เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

    • เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange) เพื่อระดมทุนและขยายธุรกิจ

  • 2551 (2008): วิกฤตซับไพรม์: โอกาสที่มองเห็น

    • ผลกระทบ: วิกฤตการเงินโลกทำให้สถาบันการเงินในยุโรปและสหรัฐฯ อ่อนแอลงอย่างมาก แต่ CITIC Securities กลับมองเห็น "โอกาส" ในวิกฤตนี้ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล บริษัทได้เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าซื้อกิจการในระดับสากล

  • 2556 (2013): เข้าซื้อกิจการ CLSA

    • สิ่งที่ทำ: CITIC Securities เข้าซื้อกิจการของ CLSA บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำในฮ่องกงด้วยมูลค่าประมาณ 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    • ความสำคัญ: การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ทำให้ CITIC Securities มีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในตลาดเอเชียและยุโรป ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดสากล

  • 2558 (2015): วิกฤตตลาดหุ้นจีน

    • ปัญหา: ผู้บริหารระดับสูงหลายคนถูกสอบสวนในข้อหาเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน บริษัทเผชิญกับวิกฤตด้านความน่าเชื่อถือครั้งใหญ่

    • การแก้ไข: บริษัทดำเนินการอย่างเด็ดขาดด้วยการปรับโครงสร้างองค์กร และเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการกำกับดูแลภายในเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน


ส่วนแบ่งการตลาด: ใครคือผู้นำตัวจริง?

ในอุตสาหกรรมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของจีน ซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก CITIC Securities ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง .

จากรายงานของ Global Capital ปี 2023 (อ้างอิงจากรายได้ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์) CITIC Securities มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด โดยมีคู่แข่งสำคัญดังนี้:

  • CITIC Securities: ประมาณ 8% - 10%

  • Huatai Securities: ประมาณ 6% - 8%

  • Guotai Junan Securities: ประมาณ 5% - 7%

  • Haitong Securities: ประมาณ 4% - 6%

ผลกำไรย้อนหลัง 5 ปี

บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (หน่วย: พันล้านหยวน) ดังนี้:

ปี    กำไรสุทธิ (Net Income)
2562 (2019)    12.23
2563 (2020)    14.90
2564 (2021)    17.65
2565 (2022)    18.00
2566 (2023)    21.35


image by google mixboard

ทำไม CITIC Securities จึงโดดเด่น?

ในโลกของตลาดการเงินที่มีการแข่งขันสูง CITIC Securities ยังคงทำกำไรได้อย่างโดดเด่นและครองตำแหน่งผู้นำอย่างต่อเนื่องด้วยจุดแข็งสำคัญดังนี้:

  • อำนาจจากรัฐ: การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม CITIC Group ทำให้บริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่ของจีน ทำให้สามารถเข้าถึงโครงการลงทุนและลูกค้าชั้นนำได้ก่อนคู่แข่ง

  • การผสานธุรกิจแบบครบวงจร: บริษัทมีบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์, การธนาคารเพื่อการลงทุน, การบริหารสินทรัพย์ ไปจนถึงการวิจัยและวิเคราะห์ตลาด ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

  • ขนาดและส่วนแบ่งการตลาด: ด้วยขนาดที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม CITIC Securities มีอำนาจในการกำหนดราคาและเป็นผู้เล่นหลักที่กำหนดทิศทางของตลาด

image by MarketScreener

บทสรุป

ในตอนนี้เศรษฐกิจจีน มีความเสี่ยงหลายปัจจัย เช่น บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ผิดนัดชำระหนี้, หนี้ทั้งระดับท้องถิ่นและภาคเอกชน ที่รัฐต้องคอยอัดเงินประคอง  และปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจกับตะวันตก ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่โตเหมือนแต่ก่อน เปรียบเหมือนนักวิงอันดับหนึ่งที่วิ่งได้ช้าลง และต้องใช้พลังงานมากกว่าที่เคย ถ้าจีนชะลอตัวก็จะส่งผลให้ประเทศที่พึ่งพิงการค้าและวัตถุดิบกับจีนได้ผลกระทบไปด้วย

CITIC Securities ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ทำกำไรมหาศาล แต่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความทะเยอทะยานของตลาดการเงินจีน แม้จะเคยเผชิญกับวิกฤต แต่ด้วยการปรับตัวและการใช้จุดแข็งจากสถานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ทำให้บริษัทกลับมาผงาดและพร้อมที่จะเป็นผู้นำในเวทีการเงินระดับโลกต่อไป


แหล่งที่มา:


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มากกว่าแค่ที่พัก: Nishiyama Onsen Keiunkan บทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

  เสน่ห์ของ Nishiyama Onsen Keiunkan ไม่ได้อยู่แค่การเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่มันคือการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคอดีตที่ซึ่งประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจอยู่จริง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ที่พัก แต่เป็นสถานที่ที่หลอมรวมความสงบงามของธรรมชาติเข้ากับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของผู้คนและผู้มีอำนาจในยุคสมัยต่างๆ Nishiyama Onsen Keiunkan คือบทพิสูจน์ว่า "ความคงอยู่" นั้นมีค่ามากกว่า "ความเปลี่ยนแปลง" ที่รวดเร็วและฉาบฉวย ไทม์ไลน์และเหตุการณ์สำคัญ ยุคนาระ (ค.ศ. 705): ฟุจิวาระ มาฮิโตะ ซึ่งเป็นลูกชายของข้าราชบริพารคนสนิทของจักรพรรดิเท็นจิ (Emperor Tenji) มาฮิโตะค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ในพื้นที่ที่ห่างไกลและพิจารณาว่านี่เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการสร้างโรงน้ำร้อนเพื่อรองรับผู้คน ซึ่งโรงแรมก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นของยุคนาระ โดยตั้งชื่อตามสถานที่ Nishi (西) หมายถึง ทิศตะวันตก Yama (山) หมายถึง ภูเขา Onsen (温泉) หมายถึง น้ำพุร้อน Keiun (慶雲) หมายถึง ยุคเคอุน ที่มีจักรพรรดิมงมุ (Emperor Monmu) [ซึ่งเป็นหลานของจักรพรรดิเท็นจิ]ปกครองญี่ปุ่นอยู่ kan (館) หมายถึง อาคาร, คฤหาสน์,หรือที่พัก ชื่อเต็มของโรง...

ฟูจิฟิล์ม: จากการตามรอยโกดัก สู่การเป็นผู้ชนะแห่งคลื่นดิจิทัล

หากมีบริษัทใดที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของโกดักในยุคฟิล์ม ชื่อนั้นก็คือ ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตฟิล์มให้กับประเทศตัวเอง แต่กลับกลายเป็นผู้รอดชีวิตแห่งยุคดิจิทัล และเติบโตสู่ธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิด นี่คือเรื่องราวของ "ความกล้า" ที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวันที่ธุรกิจยังรุ่งโรจน์ และทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด จุดเริ่มต้น: การพึ่งพาตัวเองของญี่ปุ่น ฟูจิฟิล์มก่อตั้งขึ้นในปี 1934 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการมีบริษัทผลิตฟิล์มของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาโกดักจากสหรัฐฯ ในช่วงแรก ฟูจิฟิล์มเป็นเพียงผู้ตามที่เรียนรู้จากโกดัก แต่แล้วก็เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองจนสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล อย่างไรก็ตาม เส้นทางของสองยักษ์ใหญ่ก็แยกจากกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อคลื่นดิจิทัลเริ่มก่อตัวขึ้น image by google mixboard ไทม์ไลน์แห่งการตัดสินใจ: จาก "คู่แข่ง" สู่ "ผู้รอดชีวิต" 1984: การตัดสินใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้น: ในขณะที่โกดักเลือกที่จะเมินเฉยต่อเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลที่วิศวกรของตัวเองประดิษฐ์...

ศึกเงินเฟ้อล้างโลก 2025: 5 ชาติหัวเลี้ยวหัวต่อ… ใครรอด ใครร่วง?

Simple Economics Exclusive : จากปี 2021 ที่โลกเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 สู่ปี 2025 ที่หลายประเทศยังคงต่อสู้กับ “ปีศาจเงินเฟ้อ” ที่กัดกินกำลังซื้อและบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของรัฐบาล ธนาคารกลาง และภาคประชาชน นี่คือการเจาะลึก 5 ประเทศที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน (และอนาคตอันใกล้) พร้อมวิเคราะห์ที่มา ที่ไป และบทสรุปของ “สงครามเงินเฟ้อ” ครั้งนี้ ที่มา: เมล็ดพันธุ์เงินเฟ้อ … หว่านจากวิกฤต (2020–2022) มาตรการกระตุ้นหลังโควิด (2020–2021) : รัฐบาลทั่วโลกอัดเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่ม (“demand-pull inflation”) ปัญหา Supply Chain (2021–2022) : การขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่ง (“cost-push inflation”) สงครามยูเครน (2022) : ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งอย่างรุนแรง เสริมแรงให้เงินเฟ้อยิ่งร้อนแรง หลังจากนั้น “ปีศาจเงินเฟ้อ” ก็เริ่มอาละวาด — แต่ผลกระทบไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ … 1. อาร์เจนตินา (Argentina): เงินเฟ้อเรื้อรัง ระเบิดลดลง...