ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศึกหนักของ Volkswagen (VW)

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรถยนต์ แต่มันคือ "สัญญาณการล่มสลาย" ของโมเดลเศรษฐกิจเก่าแก่ที่เคยทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่เลยล่ะ นี่คือสรุปมหากาพย์ "Volkswagen (VW) ถังแตก" ที่กำลังสั่นสะเทือนยุโรปครับ เมื่อพี่ใหญ่ถังแตก: ดราม่า Volkswagen ปิดโรงงาน สัญญาณเตือนภัยที่เยอรมนีไม่อยากยอมรับ แก... นึกภาพตามนะ โฟล์คสวาเกน (VW) นี่เปรียบเสมือน "สมบัติชาติ" ของเยอรมนี เป็นพี่เบิ้มที่จ้างงานคนมหาศาล สวัสดิการดีเยี่ยม และไม่เคยปิดโรงงานในบ้านเกิดตัวเองมาเกือบ 90 ปี แต่วันนี้พี่เบิ้มกำลังบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว" Timeline: มันเกิดอะไรขึ้น? (ฉบับย่อ) 2023 - ต้นปี 2024: VW เริ่มบ่นว่า "ต้นทุนเราสูงเกินไปนะ" พยายามบอกให้รัดเข็มขัด แต่ยอดขายรถ EV ก็ยังแป้ก สู้จีนไม่ได้ กันยายน 2024 (จุดแตกหัก): ผู้บริหารประกาศเปรี้ยง! ขอยกเลิกสัญญาจ้างงานที่การันตีความมั่นคง (Job Security) ที่มีมาตั้งแต่ปี 1994 บอกว่าถ้าไม่ทำ บริษัทอยู่ไม่ได้ ตุลาคม 2024: ข่าวหลุดออกมาว่า แผนจริงๆ คือ อยู่ในแผนพิจารณา  จะปิดโรงงานในเยอรมนีอย่างน้อย 3 แห่ง และจะเลิกจ้างคนนับหมื่น รวมถึงตัดเงินเดือ...

เปิดฉากสงครามราคายา: เบื้องหลัง "สงครามราคายา" ของสวิตเซอร์แลนด์

ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลกลายเป็นภาระใหญ่ของหลายประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่พ้นประเด็นเรื่องราคายาที่พุ่งสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีนวัตกรรมด้านยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก เรื่องราวของ Avastin ยาต้านมะเร็งระดับพรีเมียม ที่เป็นผู้นำของการปะทะกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตและรัฐบาลจึงสะท้อนให้เห็นภาพความซับซ้อนในระบบกำหนดราคายาในประเทศ

นโยบายเสริมสร้างความเข้มแข็งของสาธารณสุข

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2015 สวิตเซอร์แลนด์ได้ออกนโยบายและกลยุทธ์ในการต่อสู้กับต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความสมดุลระหว่างนวัตกรรมยาและการควบคุมงบประมาณของระบบสาธารณสุข รัฐบาลจึงเริ่มสนับสนุนให้ใช้ยาเลียนแบบ (biosimilars) เพื่อลดภาระงบประมาณ จากความพยายามเหล่านี้ ทำให้เกิดนโยบายกดราคายาอย่างเข้มงวด

ไทม์ไลน์: จากความพยายามสู่การปะทะ

  • 2015: สวิตเซอร์แลนด์เริ่มรณรงค์ให้ใช้ biosimilars ของยาเดิมเพื่อประหยัดงบประมาณ และเป็นแนวทางลดการพึ่งพายาที่ราคาแพง

  • 2017-2018: รัฐบาลจริงจังกับนโยบายกดราคายา เริ่มเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาหลายแห่ง รวมถึงแรงกดดันให้บริษัทลดราคา ยาเช่น Avastin (+ชื่อสามัญ Bevacizumab) จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้

  • 2019: ความพยายามบังคับลดราคายาให้เทียบเท่าบายูบี (biosimilars) เริ่มเห็นผลมากขึ้น โดยใช้นโยบายสนับสนุนการใช้ยาต่ำกว่าเดิมในโปรแกรมประกันสุขภาพ

เมื่อ "แนวทาง" กลายเป็น "สงคราม"

  • 2020: Avastin เริ่มมีราคาถูกลงในตลาด แต่ยังเป็นที่นิยมในการรักษามะเร็งหลายชนิดของผู้ป่วยสวิตเซอร์แลนด์

  • 2021: รัฐบาลสั่งลดราคายา Avastin ลงให้เทียบเท่า biosimilar ที่มีในท้องตลาด แต่ บริษัท Roche กลับปฏิเสธ ไม่ยอมลดราคา จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างรัฐและเอกชน

  • 2022: สำนักงานสาธารณสุขแห่งสหพันธ์ (FOPH) ตัดสินใจ "ถอดถอน" ยา Avastin ออกจากบัญชียาที่ได้รับชดเชยจากประกันสุขภาพ สร้างความช็อกให้วงการแพทย์และผู้ป่วย เพราะหมายถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ยาทางเลือกที่ถูกกว่า และอาจส่งผลต่อคุณภาพการรักษา

  • ปลายปี 2022: Roche ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล เพื่คือต่อสู้ในชั้นศาล โดยอ้างว่าการถอนถอนยาจากบัญชีเป็นมาตรการที่รุนแรงเกินสมควร ซึ่งศาลปกครองสหพันธ์ตัดสินให้ Roche ชนะ คำสั่งให้กลับขึ้นทะเบียน Avastin กลับเข้าสู่ระบบการรักษา


ผลกระทบจากเหตุการณ์

การตัดสินของศาลได้ส่งผลกระทบที่สำคัญและเผยให้เห็นข้อจำกัดของระบบในหลายด้าน:

  1. อำนาจที่จำกัดของรัฐบาล: คำตัดสินของศาลแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีเครื่องมือที่จำกัดในการบังคับให้บริษัทยาต้องลดราคาลง ถึงแม้ว่าจะมีตัวเลือกที่ถูกกว่าในตลาดแล้วก็ตาม ทำให้บริษัทยาอย่าง Roche สามารถใช้กฎหมายเป็นเกราะป้องกันในการรักษาราคาที่สูงเอาไว้ได้

  2. คำถามต่อระบบการกำหนดราคา: เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างว่าระบบการกำหนดราคายาของสวิตเซอร์แลนด์ล้มเหลวในการควบคุมต้นทุนหรือไม่ และจำเป็นต้องมีการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น

  3. ความเสี่ยงต่อผู้ป่วย: ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแสดงความกังวลว่า การบังคับให้ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนยาอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง

  4. ความตึงเครียดในอุตสาหกรรม: เหตุการณ์นี้สร้างความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลและบริษัทยาในประเทศ ทำให้เกิดความกังวลว่าการเจรจาในอนาคตจะยากขึ้น

โดยสรุปแล้ว 

แม้ว่า Roche จะเป็นผู้ชนะในศึกนี้ แต่ชัยชนะของพวกเขาก็เป็นเพียงการยืนยันว่าระบบยังคงมีข้อบกพร่อง และสงครามระหว่างรัฐบาลกับบริษัทยาเพื่อควบคุมต้นทุนยังคงดำเนินต่อไปในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องแบกรับทั้งภาระจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่สูง และความรับผิดชอบในฐานะแหล่งนวัตกรรมยาของโลก

https://www.swissinfo.ch/eng/drug-pricing/how-a-clash-with-roche-exposed-cracks-in-switzerlands-drug-pricing-system/90027572
https://www.publiceye.ch/en/topics/pharmaceutical-industry/no-secret-deals/pricing-models-that-benefit-the-pharma-industry

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มากกว่าแค่ที่พัก: Nishiyama Onsen Keiunkan บทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

  เสน่ห์ของ Nishiyama Onsen Keiunkan ไม่ได้อยู่แค่การเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่มันคือการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคอดีตที่ซึ่งประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจอยู่จริง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ที่พัก แต่เป็นสถานที่ที่หลอมรวมความสงบงามของธรรมชาติเข้ากับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของผู้คนและผู้มีอำนาจในยุคสมัยต่างๆ Nishiyama Onsen Keiunkan คือบทพิสูจน์ว่า "ความคงอยู่" นั้นมีค่ามากกว่า "ความเปลี่ยนแปลง" ที่รวดเร็วและฉาบฉวย ไทม์ไลน์และเหตุการณ์สำคัญ ยุคนาระ (ค.ศ. 705): ฟุจิวาระ มาฮิโตะ ซึ่งเป็นลูกชายของข้าราชบริพารคนสนิทของจักรพรรดิเท็นจิ (Emperor Tenji) มาฮิโตะค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ในพื้นที่ที่ห่างไกลและพิจารณาว่านี่เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการสร้างโรงน้ำร้อนเพื่อรองรับผู้คน ซึ่งโรงแรมก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นของยุคนาระ โดยตั้งชื่อตามสถานที่ Nishi (西) หมายถึง ทิศตะวันตก Yama (山) หมายถึง ภูเขา Onsen (温泉) หมายถึง น้ำพุร้อน Keiun (慶雲) หมายถึง ยุคเคอุน ที่มีจักรพรรดิมงมุ (Emperor Monmu) [ซึ่งเป็นหลานของจักรพรรดิเท็นจิ]ปกครองญี่ปุ่นอยู่ kan (館) หมายถึง อาคาร, คฤหาสน์,หรือที่พัก ชื่อเต็มของโรง...

ฟูจิฟิล์ม: จากการตามรอยโกดัก สู่การเป็นผู้ชนะแห่งคลื่นดิจิทัล

หากมีบริษัทใดที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของโกดักในยุคฟิล์ม ชื่อนั้นก็คือ ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตฟิล์มให้กับประเทศตัวเอง แต่กลับกลายเป็นผู้รอดชีวิตแห่งยุคดิจิทัล และเติบโตสู่ธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิด นี่คือเรื่องราวของ "ความกล้า" ที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวันที่ธุรกิจยังรุ่งโรจน์ และทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด จุดเริ่มต้น: การพึ่งพาตัวเองของญี่ปุ่น ฟูจิฟิล์มก่อตั้งขึ้นในปี 1934 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการมีบริษัทผลิตฟิล์มของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาโกดักจากสหรัฐฯ ในช่วงแรก ฟูจิฟิล์มเป็นเพียงผู้ตามที่เรียนรู้จากโกดัก แต่แล้วก็เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองจนสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล อย่างไรก็ตาม เส้นทางของสองยักษ์ใหญ่ก็แยกจากกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อคลื่นดิจิทัลเริ่มก่อตัวขึ้น image by google mixboard ไทม์ไลน์แห่งการตัดสินใจ: จาก "คู่แข่ง" สู่ "ผู้รอดชีวิต" 1984: การตัดสินใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้น: ในขณะที่โกดักเลือกที่จะเมินเฉยต่อเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลที่วิศวกรของตัวเองประดิษฐ์...

ศึกเงินเฟ้อล้างโลก 2025: 5 ชาติหัวเลี้ยวหัวต่อ… ใครรอด ใครร่วง?

Simple Economics Exclusive : จากปี 2021 ที่โลกเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 สู่ปี 2025 ที่หลายประเทศยังคงต่อสู้กับ “ปีศาจเงินเฟ้อ” ที่กัดกินกำลังซื้อและบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของรัฐบาล ธนาคารกลาง และภาคประชาชน นี่คือการเจาะลึก 5 ประเทศที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน (และอนาคตอันใกล้) พร้อมวิเคราะห์ที่มา ที่ไป และบทสรุปของ “สงครามเงินเฟ้อ” ครั้งนี้ ที่มา: เมล็ดพันธุ์เงินเฟ้อ … หว่านจากวิกฤต (2020–2022) มาตรการกระตุ้นหลังโควิด (2020–2021) : รัฐบาลทั่วโลกอัดเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่ม (“demand-pull inflation”) ปัญหา Supply Chain (2021–2022) : การขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่ง (“cost-push inflation”) สงครามยูเครน (2022) : ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งอย่างรุนแรง เสริมแรงให้เงินเฟ้อยิ่งร้อนแรง หลังจากนั้น “ปีศาจเงินเฟ้อ” ก็เริ่มอาละวาด — แต่ผลกระทบไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ … 1. อาร์เจนตินา (Argentina): เงินเฟ้อเรื้อรัง ระเบิดลดลง...