ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศึกหนักของ Volkswagen (VW)

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรถยนต์ แต่มันคือ "สัญญาณการล่มสลาย" ของโมเดลเศรษฐกิจเก่าแก่ที่เคยทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่เลยล่ะ นี่คือสรุปมหากาพย์ "Volkswagen (VW) ถังแตก" ที่กำลังสั่นสะเทือนยุโรปครับ เมื่อพี่ใหญ่ถังแตก: ดราม่า Volkswagen ปิดโรงงาน สัญญาณเตือนภัยที่เยอรมนีไม่อยากยอมรับ แก... นึกภาพตามนะ โฟล์คสวาเกน (VW) นี่เปรียบเสมือน "สมบัติชาติ" ของเยอรมนี เป็นพี่เบิ้มที่จ้างงานคนมหาศาล สวัสดิการดีเยี่ยม และไม่เคยปิดโรงงานในบ้านเกิดตัวเองมาเกือบ 90 ปี แต่วันนี้พี่เบิ้มกำลังบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว" Timeline: มันเกิดอะไรขึ้น? (ฉบับย่อ) 2023 - ต้นปี 2024: VW เริ่มบ่นว่า "ต้นทุนเราสูงเกินไปนะ" พยายามบอกให้รัดเข็มขัด แต่ยอดขายรถ EV ก็ยังแป้ก สู้จีนไม่ได้ กันยายน 2024 (จุดแตกหัก): ผู้บริหารประกาศเปรี้ยง! ขอยกเลิกสัญญาจ้างงานที่การันตีความมั่นคง (Job Security) ที่มีมาตั้งแต่ปี 1994 บอกว่าถ้าไม่ทำ บริษัทอยู่ไม่ได้ ตุลาคม 2024: ข่าวหลุดออกมาว่า แผนจริงๆ คือ อยู่ในแผนพิจารณา  จะปิดโรงงานในเยอรมนีอย่างน้อย 3 แห่ง และจะเลิกจ้างคนนับหมื่น รวมถึงตัดเงินเดือ...

ตลาดรถรัสเซีย: จากรถสปอร์ต DIY สู่การครอบงำของแบรนด์จีน

ในสมัยก่อนสหภาพโซเวียตการแข่งรถยนต์นี้มาจากคนที่ชื่นชอบรถยนต์ โดยนำรถยนต์ทั่วไปนำมาดัดแปลงซึ่งเป็นคนที่มีใจรักเรื่องความเร็ว ต้องการให้รถข้ามขีดจำกัดด้านความเร็ว แม้จะไม่ได้การสนับสนุนจากภาครัฐเหมือนประเทศอื่น ๆ


อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของตลาดรถยนต์รัสเซียไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอดีตที่พึ่งพาผู้คลั่งไคล้เท่านั้น ทุกวันนี้ตลาดรถยนต์ของรัสเซียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้แบรนด์ดังจากยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้จำนวนมากต้องถอนตัวออกไป


แต่สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างช่องว่างมหาศาลในตลาด เปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแทนที่ และผู้เล่นรายนั้นก็คือ แบรนด์รถยนต์จากจีน ที่สามารถเข้ามายึดครองส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็ว


จากที่เคยมีส่วนแบ่งเพียง 9% ในปี 2021 แบรนด์รถจีนพุ่งขึ้นมามีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 50% ในปี 2023 

แบรนด์อย่าง Chery, Haval และ Geely กลายเป็นชื่อที่คนรัสเซียคุ้นเคยและให้ความไว้วางใจในการใช้งานรถยนต์เพื่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน


แบรนด์รถยนต์หลักในยุคโซเวียต

ยุคโซเวียตเน้นการผลิตรถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ โดยมีแบรนด์ที่สำคัญและเป็นที่รู้จัก ได้แก่:

  • Lada (AvtoVAZ): เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและยังคงเป็นผู้นำตลาดในปัจจุบัน โดยรุ่นที่โดดเด่นคือ Lada Niva ที่มีชื่อเสียงด้านความทนทานในสภาพอากาศที่โหดร้ายของรัสเซีย

  • GAZ: มีชื่อเสียงในการผลิตรถยนต์หรูสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและรถบรรทุกเชิงพาณิชย์

  • Moskvich: แบรนด์ที่เคยได้รับความนิยมในฐานะรถยนต์สำหรับคนทั่วไป ปัจจุบันได้กลับมาทำตลาดอีกครั้งหลังการถอนตัวของแบรนด์ตะวันตก
  • UAZ: เชี่ยวชาญในการผลิตรถยนต์ออฟโรดและรถสำหรับทางการทหาร


สัดส่วนการตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน 

หลังจากการถอนตัวของแบรนด์รถยนต์ตะวันตก เช่น Ford, Volkswagen และ Renault ที่ออกจากตลาดรัสเซีย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ สัดส่วนการตลาด ณ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2024-2025) จึงเป็นดังนี้:

  • Lada: ยังคงครองอันดับ 1 ในตลาดรัสเซียด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ มีราคาไม่แพง และเหมาะกับสภาพถนน
  • แบรนด์จีน: กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดรัสเซียในปัจจุบัน โดยแบรนด์จากจีนมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 40% ซึ่งเข้ามาชดเชยช่องว่างที่แบรนด์ตะวันตกทิ้งไว้ แบรนด์ชั้นนำได้แก่ Chery, Haval, Geely, Changan และ Exeed
  • แบรนด์อื่น ๆ: แบรนด์จากเกาหลีใต้ เช่น Kia และ Hyundai รวมถึงแบรนด์จากญี่ปุ่นอย่าง Toyota ยังคงมีส่วนแบ่งตลาด แต่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปี 2022


บทสรุป

ในขณะที่แบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Lada ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำตลาด แต่ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันได้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์รัสเซียยังคงเป็นตลาดที่ไม่เหมือนใคร มันไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจากตะวันตกเหมือนตลาดโลกอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ภายใต้อิทธิพลที่แข็งแกร่งของจีน ซึ่งเข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคที่ตลาดถูกปิดล้อมเช่นนี้ และการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี กระแสรถ EV ที่ยังต้องรอความต้องการของตลาดว่าจะไปในทิศทางใด


https://rhg.com/

https://equalocean.com

https://english.news.cn

https://bestsellingcarsblog.com

https://eng.autostat.ru/

https://en.iz.ru/

https://eng.autostat.ru

https://www.ecgassociation.eu

https://www.autopilot.ru/doc/7990124#id2890039

https://rhg.com/research/collision-course-the-future-of-chinese-carmakers-in-russia/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มากกว่าแค่ที่พัก: Nishiyama Onsen Keiunkan บทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

  เสน่ห์ของ Nishiyama Onsen Keiunkan ไม่ได้อยู่แค่การเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่มันคือการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคอดีตที่ซึ่งประวัติศาสตร์ยังมีลมหายใจอยู่จริง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ที่พัก แต่เป็นสถานที่ที่หลอมรวมความสงบงามของธรรมชาติเข้ากับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของผู้คนและผู้มีอำนาจในยุคสมัยต่างๆ Nishiyama Onsen Keiunkan คือบทพิสูจน์ว่า "ความคงอยู่" นั้นมีค่ามากกว่า "ความเปลี่ยนแปลง" ที่รวดเร็วและฉาบฉวย ไทม์ไลน์และเหตุการณ์สำคัญ ยุคนาระ (ค.ศ. 705): ฟุจิวาระ มาฮิโตะ ซึ่งเป็นลูกชายของข้าราชบริพารคนสนิทของจักรพรรดิเท็นจิ (Emperor Tenji) มาฮิโตะค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ในพื้นที่ที่ห่างไกลและพิจารณาว่านี่เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการสร้างโรงน้ำร้อนเพื่อรองรับผู้คน ซึ่งโรงแรมก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นของยุคนาระ โดยตั้งชื่อตามสถานที่ Nishi (西) หมายถึง ทิศตะวันตก Yama (山) หมายถึง ภูเขา Onsen (温泉) หมายถึง น้ำพุร้อน Keiun (慶雲) หมายถึง ยุคเคอุน ที่มีจักรพรรดิมงมุ (Emperor Monmu) [ซึ่งเป็นหลานของจักรพรรดิเท็นจิ]ปกครองญี่ปุ่นอยู่ kan (館) หมายถึง อาคาร, คฤหาสน์,หรือที่พัก ชื่อเต็มของโรง...

ฟูจิฟิล์ม: จากการตามรอยโกดัก สู่การเป็นผู้ชนะแห่งคลื่นดิจิทัล

หากมีบริษัทใดที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวของโกดักในยุคฟิล์ม ชื่อนั้นก็คือ ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงผู้ผลิตฟิล์มให้กับประเทศตัวเอง แต่กลับกลายเป็นผู้รอดชีวิตแห่งยุคดิจิทัล และเติบโตสู่ธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิด นี่คือเรื่องราวของ "ความกล้า" ที่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวันที่ธุรกิจยังรุ่งโรจน์ และทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด จุดเริ่มต้น: การพึ่งพาตัวเองของญี่ปุ่น ฟูจิฟิล์มก่อตั้งขึ้นในปี 1934 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการมีบริษัทผลิตฟิล์มของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาโกดักจากสหรัฐฯ ในช่วงแรก ฟูจิฟิล์มเป็นเพียงผู้ตามที่เรียนรู้จากโกดัก แต่แล้วก็เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองจนสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล อย่างไรก็ตาม เส้นทางของสองยักษ์ใหญ่ก็แยกจากกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อคลื่นดิจิทัลเริ่มก่อตัวขึ้น image by google mixboard ไทม์ไลน์แห่งการตัดสินใจ: จาก "คู่แข่ง" สู่ "ผู้รอดชีวิต" 1984: การตัดสินใจที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้น: ในขณะที่โกดักเลือกที่จะเมินเฉยต่อเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลที่วิศวกรของตัวเองประดิษฐ์...

ศึกเงินเฟ้อล้างโลก 2025: 5 ชาติหัวเลี้ยวหัวต่อ… ใครรอด ใครร่วง?

Simple Economics Exclusive : จากปี 2021 ที่โลกเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 สู่ปี 2025 ที่หลายประเทศยังคงต่อสู้กับ “ปีศาจเงินเฟ้อ” ที่กัดกินกำลังซื้อและบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของรัฐบาล ธนาคารกลาง และภาคประชาชน นี่คือการเจาะลึก 5 ประเทศที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน (และอนาคตอันใกล้) พร้อมวิเคราะห์ที่มา ที่ไป และบทสรุปของ “สงครามเงินเฟ้อ” ครั้งนี้ ที่มา: เมล็ดพันธุ์เงินเฟ้อ … หว่านจากวิกฤต (2020–2022) มาตรการกระตุ้นหลังโควิด (2020–2021) : รัฐบาลทั่วโลกอัดเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่ม (“demand-pull inflation”) ปัญหา Supply Chain (2021–2022) : การขาดแคลนวัตถุดิบและการขนส่งชะงัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่ง (“cost-push inflation”) สงครามยูเครน (2022) : ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งอย่างรุนแรง เสริมแรงให้เงินเฟ้อยิ่งร้อนแรง หลังจากนั้น “ปีศาจเงินเฟ้อ” ก็เริ่มอาละวาด — แต่ผลกระทบไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ … 1. อาร์เจนตินา (Argentina): เงินเฟ้อเรื้อรัง ระเบิดลดลง...